Make your own free website on Tripod.com

ประเพณีบวชนาคช้างสุรินทร์

 

ประวัติความเป็นมาประเพณีบวชนาคช้าง  ของชาวกวยหมู่บ้านช้าง 

บ้านตากลาง  ตำบลกระโพ  อำเภอท่าตูม  จังหวัดสุรินทร์

 

            บ้านตากลาง   หรือที่คนทั่วไปรู้จักในนามหมู่บ้านช้างจังหวัดสุรินทร์   มีวัฒนธรรมขนบธรรมเนียม  จารีต  ประเพณี  ที่มีเอกลักษณ์อันโดดเด่นเป็นการเฉพาะที่ไม่เหมือนใคร  ทั้งในด้านภาษาพูด  ความเป็นอยู่ระหว่างคนกับว้าง  และวัฒนธรรมในระบบพึ่งพาถ้อยทีถ้อยอาศัยกันมาเป็นเวลาหลายชั่วอายุคน โดยให้ยึดถือ  “ศาลปะกำช้าง”  เป็นหลัก  เป็นชุมชนที่ยังคงเหลือให้ดูเพียงหนึ่งเดียวในโลก  นั่นคือ  ชุมชนชาวกวยเลี้ยงช้างในเขตตำบลกระโพ  และที่   หมู่บ้านช้างบ้ายตากลาง  ตำบลกระโพ  อำเภอท่าตูม  จังหวัดสุรินทร์การเคารพช้างก็เท่ากับการเคารพศาลปะกำ  การเคารพศาลปะกำก็เท่ากับเคารพบรรพบุรุษ

            ช้างคือสัตว์คู่บ้านคู่เมืองคู่พระพุทธศาสนา  มีคุณค่าต่อชาวโลกด้านวัฒนธรรมประเพณีมาทุกยุคทุกสมัย  จนกลายเป็นมรดกทางวัฒนธรรม  ประเพณีกราบไหว้ ศาลปะกำประจำตระกูล  วัฒนธรรมประเพณีลอดท้องช้างวัฒนธรรมประเพณีบวชนาคนาคด้วยช้าง  วัฒนธรรมประเพณีการเคารพกฎระเบียบข้อปฏิบัติข้อห้ามของหมอช้าง      จนกลายเป็นวิถีชีวิตของชุมชนที่แท้จริง

 

“ศาลปะกำ”  คืออะไร ?  ทำไมต้องกราบไหว้บูชาบอกกล่าว

            “ศาลปะกำ”  เป็นเพียงหนังควายแห้งที่พันกันเป็นเกลียว  หมายถึงวัตถุชนิดหนึ่งที่สมมุติใช้เรียกแทนบรรพบุรุษผู้ทรงคุณค่า  มีเกียรติ  มีศักดิ์ศรี มีความสามารถทางคชศาสตร์ คชเวท คช-ลักษณ์  ในการปฏิบัติต่อกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด  จนได้รับการยกย่องสรรเสริญ เป็นที่ยอมรับในคณะชุมชนคนเลี้ยงช้างด้วยกัน และมอบหมายให้ทำหน้าที่ ประกอบพิธีกรรมต่างๆ ทางคชศาสตร์

            พิธีกรรมต่างๆ ในชุมชนคนเลี้ยงช้างกวยอาเจียง ทุกอย่างมันผูกพันเกี่ยวโยงถึงช้างหรือศาลปะกำเสมอ จึงกล่าวได้ว่าช้างมีส่วนสำคัญในการสร้างวัฒนธรรม จารีตประเพณีต่างๆ มาโดยตลอด  พิธีกรรมงานบรรพชาอุปสมบทหมู่ในเดือนหกงานประจำปีของชาวมวยอาเจียง ที่ปีหนึ่งจะมีเพียงครั้งเดียว ทั้งๆ ที่ใครที่มีความพร้อมเมื่อใดก็บวชได้ แต่ชาวกวยไม่ทำอย่างนั้น เพราะถือว่าไม่เคารพบรรพบุรุษของตนเอง

                       

ทำไมลูกหลาน ชาวกวยอาเจียงจึงนิยมบรรพชาอุปสมบทหมู่   และแห่นาคด้วยขบวนช้าง   ในวันขึ้น 13- 14-15  ค่ำ เดือนหกของทุกปี  สรุปได้ว่า       บุตรหลานชายหลังจากจบ การศึกษาภาคบังคับแล้ว ในเดือนมีนาคมถึงเดือนเมษายนไม่มีที่ศึกษาต่อหรือมีอายุ 20 ปีบริบูรณ์พออุปสมบทได้แล้วและยังเป็นโสด บิดา มารดา ก็จะนำไปฝากเป็นนาคที่วัดก่อน เพราะเป็นเวลาว่างงาน และยังจะได้เตรียมงานช่วยทางวัดอีกด้วย และอีกอย่างหนึ่งคือประมาณเดือนหก ฝนเริ่มตกบรรยากาศเริ่มดี พืชพรรณธัญญาหารทางธรรมชาติก็เริ่มงอกงามขึ้นบ้างแล้ว เป็นเวลาที่ทุกคนจะเริ่มลงมือทำไร่ ทำนาตามประเพณีนิยมท้องถิ่น จึงประกาศให้บุตรหลานผู้สนใจและมีจิตศรัทธา เข้าบรรพชาอุปสมบท ในวันดังกล่าวพร้อมๆกัน   ผู้ใดมีช้าง มีม้า ก็ให้นำมาร่วมขบวนแห่ จนกลายเป็นประเพณีประจำปี ของชาวกวยอาเจียงถึงปัจจุบัน หากจะอุปสมบทก่อนหรือหลังนั้น ก็ถือว่าเป็นหน้าที่ของผู้นั้นเพียงผู้เดียว

 

            “นาค”  คือใคร ? ทำไมจึงเรียกว่า “นาค” 

 “นาค”  หมายถึงบุคคลที่จะทำหน้าที่บรรพชาอุปสมบทเป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนา เหตุที่เรียกว่านาค   ก็เพราะว่าสมัยพุทธกาลได้มีนาคตนหนึ่งอาศัยอยู่ใต้บาดาลมีความเลื่อมใสในพุทธศาสนาจึงได้แปลงกายเป็นมนาย์มาขอบรรพชาอุปสมบทเป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนา อยู่มาวันหนึ่งขณะที่พักผ่อนหรือจำวัด พระภิกษุรูปนั้นก็กลายร่างเป็นนาคเหมือนเดิม ข่าวทราบถึงพระพุทธเจ้าจึงให้ท่านกลับไปเป็นนาคอยู่ใต้บาดาลเหมือนเดิม เพราะนาคนั้นเป็นสัตว์เดรัจฉาน ไม่สามารถบวชเป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนาได้อีกต่อไป ก่อนไปนาคตนนั้นได้ขอฝากพระพุทธเจ้าไว้ว่า ต่อไปนี้หากกุลบุตรผู้ใดจะอุปสมบทเป็นพระภิกษุสงฆ์ ในพระพุทธศาสนาขอให้นึกถึงข้าพเจ้าไว้ด้วย คือ ขอฝากชื่อของนาคไว้ให้เรียกก่อนอุปสมบทจริง ดังนั้น จึงเรียกบุคคลที่จะทำการบรรพชาอุปสมบทเป็นพระภิกษุว่า “ นาค” ตั้งแต่บัดนั้นมาจนถึงวันนี้

 

            ทำไมลูกหลานชาวกวยอาเจียง จึงนิยมแห่นาคด้วยขบวนช้างจำนวนมากไปที่วังทะลุ

            ข้อนี้ผู้เขียนได้ไปสอบถามผู้รู้มาแล้วหลายคน  ได้ความว่า  เหตุที่ขบวนแห่นาคด้วยช้างเป็นจำนวน ๆ นั้น หมายความว่า กุลบุตรผู้ใดมีความประสงค์จะบรรพชาอุปสมบทในพุทธศาสนานั้น  จะต้องได้รับอนุญาตจากผู้ปกครองเสียก่อนจึงจะอุปสมบทได้ ดังนั้น ทั้งขบวนคนและช้างจำนวนๆ ในขบวนแห่นั้นหมายถึงผู้ได้รับอนุญาตแล้ว  ส่วนการแห่นาคไปที่วังทะลุ นั้น หมายถึงในอดีตพระพุทธเจ้าตอนเป็นเจ้าชายสิทธัตถะ ก่อนอุปสมบท พระองค์ทรงม้ากัณฑกะ  โดยมีนายฉันนะตามเสด็จไปสู่แม่น้ำอโนมา  พระองค์ทรงทำการปลงผมและทรงผนวช      ที่ริมแม่-น้ำอโนมา ตรงนั้น ความเชื่อและแรงดลใจข้อนี้คือสาเหตุหนึ่งที่บุตรหลานชาวกวยอาเจียง นิยมแห่นาคด้วยขบวนช้างไปสู่แม่น้ำมูล ที่วังทะลุ และทำการบรรพชาอุปสมบท ณ ที่ตรงนั้น เพราะที่ตรงนั้นเป็นวังน้ำวน เกิดจากการไหลมาบรรจบกันของแม่น้ำ 2 สาย ทำให้เกิดดินดอนหรือเนินดินที่ตรงกลาง มีแม่น้ำล้อมรอบ หรือที่ชาวบ้านเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “สิม”  จึงเรียกที่ตรงนั้นว่า “ดอนบวช” ติดปากมาจนปัจจุบันนี้ และแห่นาคไปที่วังทะลุทุกปี